"สิงคโปร์"
สวรรค์เด็กเกิดใหม่ปี"56 ขึ้นแท่นครองที่ 1ในเอเชีย-รัฐสวัสดิการดีระดับโลก
เด็กเกิดใหม่ในสิงคโปร์ปี 2556 เป็นเด็กที่โชคดีที่สุดในเอเชีย
ตามการสำรวจล่าสุดของดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิตวอลล์สตรีต เจอร์นัล
ระบุว่า ดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต เป็นบริษัทในเครือของนิตยสาร ดิ
อีโคโนมิสต์ทำการสำรวจ "ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับเด็กเกิดใหม่ ปี 2013"
จาก 80 ประเทศทั่วโลก
โดยพิจารณาถึงโอกาสที่รัฐจะจัดสรรสวัสดิการด้านสาธารณสุข
และความก้าวหน้าของชีวิตให้แก่ประชาชนในช่วงทศวรรษข้างหน้า
รวมถึงความมีเสถียรภาพในปัจจัยสำคัญ ๆ ที่มีผลต่อความเป็นอยู่ของประชากร ได้แก่
อัตรารายได้ต่อหัวของประชากร อัตราอายุโดยเฉลี่ยของประชากรที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่
เสรีภาพทางการเมือง ความมั่นคงในหน้าที่การงาน ความเท่าเทียมทางเพศ
และความปลอดภัยในชีวิต
สิงคโปร์ได้อันดับที่ 6 ในระดับโลก จากผลสำรวจ "ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับเด็กเกิดใหม่ ปี 2013" และครองที่ 1 เมื่อเทียบกับบรรดาชาติอื่น ๆ ในเอเชีย ประเทศที่ติดอันดับ 1-5 ระดับโลก ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ ตามมาด้วยออสเตรเลีย, นอร์เวย์, สวีเดน, และเดนมาร์ก ส่วนประเทศในเอเชียที่ได้อันดับรองลงมาจากสิงคโปร์ คือ ฮ่องกง ครองที่ 10 และไต้หวัน อันดับที่ 14 แซงหน้าชาติใหญ่ยักษ์อย่างสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้อันดับที่ 16 ในปีนี้
ดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต ทำการสำรวจนี้มาตั้งแต่ปี 1988 ที่ผ่านมา สหรัฐเคยถูกพิจารณาให้เป็นประเทศที่ดีที่สุดสำหรับเด็กเกิดใหม่ ด้านสิงคโปร์ได้อันดับที่ 36 อันดับเดียวกับเยอรมนี
ตะวันออก โดยในครั้งนั้น ประเทศมาเลเซียเป็นอีกชาติอาเซียนที่ติดอันดับสูสีกัน คือ อันดับที่ 38 แต่ในปีปัจจุบันมาเลเซียขยับขึ้นมาเพียงเล็กน้อย โดยได้อันดับที่ 36 ส่วนประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนที่รองลงมาได้แก่ ประเทศไทย ติดอันดับที่ 50 และฟิลิปปินส์ อันดับที่ 63
ด้านอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่เติบโตทางเศรษฐกิจ และติดอันดับประเทศที่มีการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติกลับได้อันดับที่ 71 ต่ำกว่าเวียดนาม ซึ่งได้อันดับที่ 68 ทั้งที่เวียดนามต้องเผชิญปัญหาในประเทศหลายปัญหา รวมถึงปัญหาหนี้ในประเทศตลอดปี 2555 ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ผลสำรวจพบว่า ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็กในแถบสแกนดิเนเวียน ติดอันดับดีกว่าประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ ส่วนประเทศที่ถูกพิจารณาให้เป็นประเทศกลุ่มเสี่ยงสำหรับเด็กเกิดใหม่ โดยพิจารณาจากปัจจัยกระตุ้นทางเศรษฐกิจ ได้แก่ บราซิล อินเดีย รัสเซีย และจีน ทั้งนี้ ช่วงปลายปีที่ผ่านมา สิงคโปร์ติดอันดับประเทศที่ไร้อารมณ์ความรู้สึกมากที่สุดในโลก และประเทศที่ไม่มีความสุขที่สุดในโลก จากการสำรวจของ บ.กัลลัพ ในสหรัฐอเมริกา โดยเผย
ผลสำรวจที่ใช้เวลา 3 ปีสอบถามผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 1,000 คนในกว่า 150 ประเทศพบว่า ชาวสิงคโปร์มีแนวโน้มแสดงความรู้สึกต่อสิ่งที่พานพบในชีวิตประจำวันน้อยที่สุดในโลก สวนทางกับชาวฟิลิปปินส์ และประเทศในภูมิภาคละตินอเมริกาที่เป็นสังคมเต็มไปด้วยความรู้สึกติดอันดับต้น ๆ ของโลก อย่างไรก็ตาม ก่อนส่งท้ายปี 2555 มีผลสำรวจออกมาว่า สิงคโปร์ถือเป็นประเทศที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในเอเชีย โดยครองตำแหน่งประเทศที่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ดีที่สุดในโลก(ที่มาประชาชาติธุรกิจออนไลน์)
สิงคโปร์ได้อันดับที่ 6 ในระดับโลก จากผลสำรวจ "ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับเด็กเกิดใหม่ ปี 2013" และครองที่ 1 เมื่อเทียบกับบรรดาชาติอื่น ๆ ในเอเชีย ประเทศที่ติดอันดับ 1-5 ระดับโลก ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ ตามมาด้วยออสเตรเลีย, นอร์เวย์, สวีเดน, และเดนมาร์ก ส่วนประเทศในเอเชียที่ได้อันดับรองลงมาจากสิงคโปร์ คือ ฮ่องกง ครองที่ 10 และไต้หวัน อันดับที่ 14 แซงหน้าชาติใหญ่ยักษ์อย่างสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้อันดับที่ 16 ในปีนี้
ดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต ทำการสำรวจนี้มาตั้งแต่ปี 1988 ที่ผ่านมา สหรัฐเคยถูกพิจารณาให้เป็นประเทศที่ดีที่สุดสำหรับเด็กเกิดใหม่ ด้านสิงคโปร์ได้อันดับที่ 36 อันดับเดียวกับเยอรมนี
ตะวันออก โดยในครั้งนั้น ประเทศมาเลเซียเป็นอีกชาติอาเซียนที่ติดอันดับสูสีกัน คือ อันดับที่ 38 แต่ในปีปัจจุบันมาเลเซียขยับขึ้นมาเพียงเล็กน้อย โดยได้อันดับที่ 36 ส่วนประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนที่รองลงมาได้แก่ ประเทศไทย ติดอันดับที่ 50 และฟิลิปปินส์ อันดับที่ 63
ด้านอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่เติบโตทางเศรษฐกิจ และติดอันดับประเทศที่มีการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติกลับได้อันดับที่ 71 ต่ำกว่าเวียดนาม ซึ่งได้อันดับที่ 68 ทั้งที่เวียดนามต้องเผชิญปัญหาในประเทศหลายปัญหา รวมถึงปัญหาหนี้ในประเทศตลอดปี 2555 ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ผลสำรวจพบว่า ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็กในแถบสแกนดิเนเวียน ติดอันดับดีกว่าประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ ส่วนประเทศที่ถูกพิจารณาให้เป็นประเทศกลุ่มเสี่ยงสำหรับเด็กเกิดใหม่ โดยพิจารณาจากปัจจัยกระตุ้นทางเศรษฐกิจ ได้แก่ บราซิล อินเดีย รัสเซีย และจีน ทั้งนี้ ช่วงปลายปีที่ผ่านมา สิงคโปร์ติดอันดับประเทศที่ไร้อารมณ์ความรู้สึกมากที่สุดในโลก และประเทศที่ไม่มีความสุขที่สุดในโลก จากการสำรวจของ บ.กัลลัพ ในสหรัฐอเมริกา โดยเผย
ผลสำรวจที่ใช้เวลา 3 ปีสอบถามผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 1,000 คนในกว่า 150 ประเทศพบว่า ชาวสิงคโปร์มีแนวโน้มแสดงความรู้สึกต่อสิ่งที่พานพบในชีวิตประจำวันน้อยที่สุดในโลก สวนทางกับชาวฟิลิปปินส์ และประเทศในภูมิภาคละตินอเมริกาที่เป็นสังคมเต็มไปด้วยความรู้สึกติดอันดับต้น ๆ ของโลก อย่างไรก็ตาม ก่อนส่งท้ายปี 2555 มีผลสำรวจออกมาว่า สิงคโปร์ถือเป็นประเทศที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในเอเชีย โดยครองตำแหน่งประเทศที่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ดีที่สุดในโลก(ที่มาประชาชาติธุรกิจออนไลน์)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น