เป้าหมายของพุทธปรัชญา คือ การที่พระพุทธเจ้าได้เสนอถึง หลักการเพื่อละความไม่ดีหรือความชั่ว เพื่อทำความดีให้เกิดขึ้น และเพื่อความบริสุทธิ์จดหมดแห่งจิตใจ โดย พุทธปรัชญาพุ่งเป้าไปที่การทำให้ผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตามพุทธธรรมมีความสุขในปัจจุบันชาติและชาติต่อ ๆ ไป จนในที่สุด สามารถหลุดพ้นจากการเกิด การแก่ การเจ็บ และการตาย
วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562
ปรัชญาเชิงพุทธ
เป้าหมายของพุทธปรัชญา คือ การที่พระพุทธเจ้าได้เสนอถึง หลักการเพื่อละความไม่ดีหรือความชั่ว เพื่อทำความดีให้เกิดขึ้น และเพื่อความบริสุทธิ์จดหมดแห่งจิตใจ โดย พุทธปรัชญาพุ่งเป้าไปที่การทำให้ผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตามพุทธธรรมมีความสุขในปัจจุบันชาติและชาติต่อ ๆ ไป จนในที่สุด สามารถหลุดพ้นจากการเกิด การแก่ การเจ็บ และการตาย
วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559
วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2557
เตรียมพร้อม-พร้อม- บทอาขยานค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการ - ออกัส
(เตรียมนะ...คุณออกัส...กฤษดาภาสน์ ปีการศึกษา 2/2557)
สำหรับบทอาขยานค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการ มีเนื้อหา ดังนี้
หนึ่งรักชาติ
ศาสนา พระมหากษัตริย์ สองซื่อสัตย์ เสียสละ
อดทนได้
สามกตัญญู พ่อแม่
สุดหัวใจ สี่มุ่งใฝ่ เล่าเรียน
เพียรวิชา
ห้ารักษา วัฒนธรรม
ประจำชาติ หกไม่ขาด ศีลธรรม ศาสนา
เจ็ดเรียนรู้ อธิปไตย
ของประชา แปดรักษา วินัย
กฎหมายไทย
เก้าปฏิบัติ ตามพระ
ราชดำรัส สิบไม่ขาด พอเพียง
เลี้ยงชีพได้
สิบเอ็ดต้อง เข้มแข็ง
ทั้งกายใจ สิบสองไซร้ คิดอะไร
ให้ส่วนรวม
วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557
การเกิดโรคภูมิแพ้(ภัยเงียบอันตรายมากๆ)
การเกิดโรคภูมิแพ้
|
โรคภูมิแพ้เป็นกลุ่มของโรคที่มีอาการแสดงได้หลายระบบ
เกิดจากปฎิกริยาของร่างกายต่อสารก่อภูมิแพ้
ปัจจุบันความชุกของโรคกลุ่มนี้มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโรคที่จัดว่าอยู่ในกลุ่มโรคภูมิแพ้
ได้แก่ โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้
หรือโรคแพ้อากาศ อาการที่พบบ่อย ได้แก่
คันในจมูก จามติดกันหลายๆครั้ง น้ำมูกใสๆ ไหลมาก คัดแน่นจมูก
อาการอื่นๆ เช่น หูอื้อ ปวดมึนศีรษะ น้ำมูกไหลลงคอ เสมหะติดในคอ
โรคหืด ผู้ป่วยจะมีอาการไอ หอบ แน่นหน้าอก หายใจเสียงวี้ด อาจเป็นตอนออกกำลังกาย ตอนกลางคืน หรือตอนเป็นหวัดก็ได้ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เป็นผื่นคัน แห้งแดง และเรื้อรัง พบบ่อยบริเวณหน้า ข้อพับแขนขา ลมพิษ ผื่นนูน บวม คัน ตามผิวหนังส่วนต่างๆ บางรายอาจมีอาการบวมบริเวณหน้าตาหรือปากด้วยผื่นแพ้ผิวหนังจากการสัมผัส เป็นผื่นคันจากการสัมผัสสารแพ้ต่างๆ เช่นผงซักฟอก ยาย้อมผม เครื่องสำอาง ถุงมือ โลหะ เป็นต้น แพ้อาหาร มีอาการได้หลายระบบ ทั้งระบบผิวหนัง (ผื่นลมพิษ)ระบบหายใจ (คัดจมูก น้ำมูกไหล หอบ) ระบบทางเดินอาหาร (อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย) อาหารที่เป็นสาเหตุได้บ่อย คือ นมวัว ไข่ อาหารทะเล ถั่วลิสง เยื่อบุตาอักเสบจากการแพ้ มีอาการแสบตา คันตา ตาแดง น้ำตาไหล ขยี้ตาบ่อย เปลือกตาบวม ปฎิกริยาการแพ้แบบรุนแรง เกิดอาการหลังได้รับสารแพ้ภายในเวลาไม่เกินครึ่งชั่งโมง ทำให้มีอาการแน่นหน้าอกความดันโลหิตต่ำ และอาจเสียชีวิตได้ สาเหตุเป็นได้ทั้งจากแพ้อาหาร แพ้ยา แพ้แมลงต่างๆ เป็นต้น สารก่อภูมิแพ้ คืออะไร คือ สารที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการของโรคภูมิแพ้ซึ่งอาจเป็นสารที่ร่างกายได้รับโดยการ ฉีด กิน หายใจหรือสัมผัสก็ได้ มีทั้งสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน (เช่น ไรฝุ่น แมลงสาบ ขนและรังแคของสัตว์เลี้ยง เชื้อรา ควันบุหรี่) และสารก่อภูมิแพ้นอกบ้าน (เช่น เกสรหญ้า เกสรดอกไม้ ควันและฝุ่นต่างๆ) รู้ได้อย่างไรว่าเป็นภูมิแพ้ เมื่อมีอาการและอาการแสดงดังข้างต้น ควรไปพบแพทย์เพื่อซักประวัติ และตรวจร่างกาย นอกจากนั้นแพทย์อาจทำการตรวจอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น การทดสอบสมรรถภาพปอด ในรายที่สงสัยว่าจะเป็นโรคหืด การทดสอบทางผิวหนัง เพื่อให้ทราบถึงสารที่ผู้ป่วยแพ้ ซึ่งทราบผลภายใน 15 นาที หรือการตรวจดูเซลล์ของเยื่อบุจมูกในกรณีของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เมื่อไหร่? ควรจะไปพบแพทย์ ควรปรึกษา และพบแพทย์ เมื่อมีอาการต่อไปนี้ น้ำมูกไหล คัดจมูก จาม คันจมูกเรื้อรัง ไซนัสอักเสบเรื้อรัง ไอมากหรือเหนื่อยเวลาเป็นหวัด ตอนออกกำลังกาย หรือตอนกลางคืน ผื่นคันเรื้อรังตามผิวหนังส่วนต่างๆ ของร่างกาย เป็นลมพิษบ่อย สัมผัสสารบางอย่างแล้วผื่นขึ้น กินอาหารบางชนิดแล้วมีผื่น น้ำมูกไหล หรือแน่นหน้าอก คันตา แสบตา น้ำตาไหลเรื้อรัง แนวทางการรักษาโรคภูมิแพ้ 1. หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ เป็นวิธีที่สำคัญที่สุด และช่วยลดความรุนแรงของโรคได้ 2. การรักษาด้วยยา มีทั้งยากิน ยาพ่นจมูก ยาพ่นปอด ยาหยอดตา ยาทาผิวหนัง ซึ่งควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ 3. การฉีดวัคซีนภูมิแพ้ โดยการฉีดสารสกัดจากสารก่อภูมิแพ้ และค่อยๆ เพิ่มปริมาณ จนผู้ป่วยมีภูมิต้านทานต่อสารนั้นซึ่งต้องรับการฉีดอย่างสม่ำเสมอ เป็นเวลา 3-5 ปี จึงจะได้ผลดี
ปฎิบัติตนอย่างไร
..เมื่อเป็นโรคภูมิแพ้
1. ในห้องนอน ควรมีเครื่องตกแต่งห้องน้อยชิ้นที่สุดหมั่นทำความสะอาด และกำจัดฝุ่นละอองเป็นประจำ 2. ในกรณีแพ้ไรฝุ่น ควรทำความสะอาดเครื่องนอน (ที่นอน,หมอน,ผ้าห่ม) โดยซักด้วยน้ำร้อน600C นาน 15-20 นาที อย่างน้อยทุก 2 สัปดาห์ 3. ไม่ใช้พรม เก้าอี้เบาะหุ้มผ้า หมอนนุ่น ตุ๊กตาที่ทำจากนุ่น หรือขนสัตว์ 4. ไม่เลี้ยงสัตว์ที่มีขนในบ้าน เช่น สุนัข แมว นก 5. กำจัดเศษอาหาร และขยะต่างๆ รวมทั้งปิดฝาท่อระบายน้ำเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงสาบ 6. ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศบ่อยๆ และใช้เครื่องฟอกอากาศแบบที่มีประจุลบและโอโซน 7. ระวังไม่ให้บ้าน ห้องน้ำ อับชื้น และไม่ควรปลูกต้นไม้ในบ้านเพราะทำให้เชื้อราเติบโต 8. อย่าไปใกล้บริเวณที่มีควันบุหรี่ ควันไฟ และบริเวณที่มีฝุ่นมาก 9. ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ หากมีอาการหอบเหนื่อยเวลาออกกำลังกาย ควรสูดยา ป้องกันอาการหอบก่อน 10. ใช้ยาตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น ไม่ควรซื้อยามาใช้เอง เพราะบางชนิดถ้าใช้ต่อเนื่องนานอาจมีอันตรายได้ (...ที่มาข้อมูลจาก http://www.vibhavadi.com) |
วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556
"สิงคโปร์" สวรรค์เด็กเกิดใหม่ปี"56 ขึ้นแท่นครองที่ 1ในเอเชีย-รัฐสวัสดิการดีระดับโลก
"สิงคโปร์"
สวรรค์เด็กเกิดใหม่ปี"56 ขึ้นแท่นครองที่ 1ในเอเชีย-รัฐสวัสดิการดีระดับโลก
เด็กเกิดใหม่ในสิงคโปร์ปี 2556 เป็นเด็กที่โชคดีที่สุดในเอเชีย
ตามการสำรวจล่าสุดของดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิตวอลล์สตรีต เจอร์นัล
ระบุว่า ดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต เป็นบริษัทในเครือของนิตยสาร ดิ
อีโคโนมิสต์ทำการสำรวจ "ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับเด็กเกิดใหม่ ปี 2013"
จาก 80 ประเทศทั่วโลก
โดยพิจารณาถึงโอกาสที่รัฐจะจัดสรรสวัสดิการด้านสาธารณสุข
และความก้าวหน้าของชีวิตให้แก่ประชาชนในช่วงทศวรรษข้างหน้า
รวมถึงความมีเสถียรภาพในปัจจัยสำคัญ ๆ ที่มีผลต่อความเป็นอยู่ของประชากร ได้แก่
อัตรารายได้ต่อหัวของประชากร อัตราอายุโดยเฉลี่ยของประชากรที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่
เสรีภาพทางการเมือง ความมั่นคงในหน้าที่การงาน ความเท่าเทียมทางเพศ
และความปลอดภัยในชีวิต
สิงคโปร์ได้อันดับที่ 6 ในระดับโลก จากผลสำรวจ "ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับเด็กเกิดใหม่ ปี 2013" และครองที่ 1 เมื่อเทียบกับบรรดาชาติอื่น ๆ ในเอเชีย ประเทศที่ติดอันดับ 1-5 ระดับโลก ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ ตามมาด้วยออสเตรเลีย, นอร์เวย์, สวีเดน, และเดนมาร์ก ส่วนประเทศในเอเชียที่ได้อันดับรองลงมาจากสิงคโปร์ คือ ฮ่องกง ครองที่ 10 และไต้หวัน อันดับที่ 14 แซงหน้าชาติใหญ่ยักษ์อย่างสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้อันดับที่ 16 ในปีนี้
ดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต ทำการสำรวจนี้มาตั้งแต่ปี 1988 ที่ผ่านมา สหรัฐเคยถูกพิจารณาให้เป็นประเทศที่ดีที่สุดสำหรับเด็กเกิดใหม่ ด้านสิงคโปร์ได้อันดับที่ 36 อันดับเดียวกับเยอรมนี
ตะวันออก โดยในครั้งนั้น ประเทศมาเลเซียเป็นอีกชาติอาเซียนที่ติดอันดับสูสีกัน คือ อันดับที่ 38 แต่ในปีปัจจุบันมาเลเซียขยับขึ้นมาเพียงเล็กน้อย โดยได้อันดับที่ 36 ส่วนประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนที่รองลงมาได้แก่ ประเทศไทย ติดอันดับที่ 50 และฟิลิปปินส์ อันดับที่ 63
ด้านอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่เติบโตทางเศรษฐกิจ และติดอันดับประเทศที่มีการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติกลับได้อันดับที่ 71 ต่ำกว่าเวียดนาม ซึ่งได้อันดับที่ 68 ทั้งที่เวียดนามต้องเผชิญปัญหาในประเทศหลายปัญหา รวมถึงปัญหาหนี้ในประเทศตลอดปี 2555 ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ผลสำรวจพบว่า ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็กในแถบสแกนดิเนเวียน ติดอันดับดีกว่าประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ ส่วนประเทศที่ถูกพิจารณาให้เป็นประเทศกลุ่มเสี่ยงสำหรับเด็กเกิดใหม่ โดยพิจารณาจากปัจจัยกระตุ้นทางเศรษฐกิจ ได้แก่ บราซิล อินเดีย รัสเซีย และจีน ทั้งนี้ ช่วงปลายปีที่ผ่านมา สิงคโปร์ติดอันดับประเทศที่ไร้อารมณ์ความรู้สึกมากที่สุดในโลก และประเทศที่ไม่มีความสุขที่สุดในโลก จากการสำรวจของ บ.กัลลัพ ในสหรัฐอเมริกา โดยเผย
ผลสำรวจที่ใช้เวลา 3 ปีสอบถามผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 1,000 คนในกว่า 150 ประเทศพบว่า ชาวสิงคโปร์มีแนวโน้มแสดงความรู้สึกต่อสิ่งที่พานพบในชีวิตประจำวันน้อยที่สุดในโลก สวนทางกับชาวฟิลิปปินส์ และประเทศในภูมิภาคละตินอเมริกาที่เป็นสังคมเต็มไปด้วยความรู้สึกติดอันดับต้น ๆ ของโลก อย่างไรก็ตาม ก่อนส่งท้ายปี 2555 มีผลสำรวจออกมาว่า สิงคโปร์ถือเป็นประเทศที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในเอเชีย โดยครองตำแหน่งประเทศที่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ดีที่สุดในโลก(ที่มาประชาชาติธุรกิจออนไลน์)
สิงคโปร์ได้อันดับที่ 6 ในระดับโลก จากผลสำรวจ "ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับเด็กเกิดใหม่ ปี 2013" และครองที่ 1 เมื่อเทียบกับบรรดาชาติอื่น ๆ ในเอเชีย ประเทศที่ติดอันดับ 1-5 ระดับโลก ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ ตามมาด้วยออสเตรเลีย, นอร์เวย์, สวีเดน, และเดนมาร์ก ส่วนประเทศในเอเชียที่ได้อันดับรองลงมาจากสิงคโปร์ คือ ฮ่องกง ครองที่ 10 และไต้หวัน อันดับที่ 14 แซงหน้าชาติใหญ่ยักษ์อย่างสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้อันดับที่ 16 ในปีนี้
ดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต ทำการสำรวจนี้มาตั้งแต่ปี 1988 ที่ผ่านมา สหรัฐเคยถูกพิจารณาให้เป็นประเทศที่ดีที่สุดสำหรับเด็กเกิดใหม่ ด้านสิงคโปร์ได้อันดับที่ 36 อันดับเดียวกับเยอรมนี
ตะวันออก โดยในครั้งนั้น ประเทศมาเลเซียเป็นอีกชาติอาเซียนที่ติดอันดับสูสีกัน คือ อันดับที่ 38 แต่ในปีปัจจุบันมาเลเซียขยับขึ้นมาเพียงเล็กน้อย โดยได้อันดับที่ 36 ส่วนประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนที่รองลงมาได้แก่ ประเทศไทย ติดอันดับที่ 50 และฟิลิปปินส์ อันดับที่ 63
ด้านอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่เติบโตทางเศรษฐกิจ และติดอันดับประเทศที่มีการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติกลับได้อันดับที่ 71 ต่ำกว่าเวียดนาม ซึ่งได้อันดับที่ 68 ทั้งที่เวียดนามต้องเผชิญปัญหาในประเทศหลายปัญหา รวมถึงปัญหาหนี้ในประเทศตลอดปี 2555 ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ผลสำรวจพบว่า ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็กในแถบสแกนดิเนเวียน ติดอันดับดีกว่าประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ ส่วนประเทศที่ถูกพิจารณาให้เป็นประเทศกลุ่มเสี่ยงสำหรับเด็กเกิดใหม่ โดยพิจารณาจากปัจจัยกระตุ้นทางเศรษฐกิจ ได้แก่ บราซิล อินเดีย รัสเซีย และจีน ทั้งนี้ ช่วงปลายปีที่ผ่านมา สิงคโปร์ติดอันดับประเทศที่ไร้อารมณ์ความรู้สึกมากที่สุดในโลก และประเทศที่ไม่มีความสุขที่สุดในโลก จากการสำรวจของ บ.กัลลัพ ในสหรัฐอเมริกา โดยเผย
ผลสำรวจที่ใช้เวลา 3 ปีสอบถามผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 1,000 คนในกว่า 150 ประเทศพบว่า ชาวสิงคโปร์มีแนวโน้มแสดงความรู้สึกต่อสิ่งที่พานพบในชีวิตประจำวันน้อยที่สุดในโลก สวนทางกับชาวฟิลิปปินส์ และประเทศในภูมิภาคละตินอเมริกาที่เป็นสังคมเต็มไปด้วยความรู้สึกติดอันดับต้น ๆ ของโลก อย่างไรก็ตาม ก่อนส่งท้ายปี 2555 มีผลสำรวจออกมาว่า สิงคโปร์ถือเป็นประเทศที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในเอเชีย โดยครองตำแหน่งประเทศที่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ดีที่สุดในโลก(ที่มาประชาชาติธุรกิจออนไลน์)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

